จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ตอกย้ำความมั่นใจธุรกิจใหม่ โตกระฉูด สัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นเท่าตัว เดินหน้าเต็มที่ธุรกิจ Pay TV และพร้อมเข้าร่วมการประมูลช่องดิจิตอล โชว์อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.94 เท่า
ในไตรมาส 1/2556 บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจใหม่ ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เติบโตถึงร้อยละ 77 โดยมีรายได้รวม 374 ล้านบาท ในส่วนของรายได้จากธุรกิจเดิม ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจเพลง ธุรกิจดิจิตอล ธุรกิจสื่อ ธุรกิจภาพยนตร์ ธุรกิจบริการรับจัดและบริหารกิจกรรม ธุรกิจแอนิเมชั่น และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง มีจำนวน 2,219 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้สูงกว่าปกติ เนื่องจากมีโครงการพิเศษที่มียอดสูง
โดยรายได้จากธุรกิจสื่อมีการเติบโตถึงร้อยละ 14 จากปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของตลาดธุรกิจสื่อ รายได้รวมทั้งหมดของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2556 จำนวน 2,593 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 11 โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ประมาณร้อยละ 14 เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนร้อยละ 7 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ กำไรจากธุรกิจเดิมอยู่ในระดับที่มีความมั่นคง สำหรับธุรกิจใหม่นั้นบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการลงทุนในคอนเทนต์จากต่างประเทศที่หลากหลายและมีคุณภาพ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกรูปแบบ ทั้งคอนเทนต์ประเภทกีฬา ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล ได้แก่ Capital One Cup (อังกฤษ) Copa do Brasil (บราซิล) และ Coupe de la Ligue (ฝรั่งเศส) หรือลีกฟุตบอลระดับโลก เช่น Bundesliga (เยอรมัน) Ligue 1 (ฝรั่งเศส) J.League (ญี่ปุ่น) nPower Championships (อังกฤษ) Argentina League (อาร์เจนตินา) และ
นำทั้งจากตะวันออกและตะวันตก และคอนเทนต์ใหม่ๆเพื่อให้ผู้ชมได้รับชมแต่ของดี มีคุณภาพ ทั้งหมดนี้เป็นจุดแข็งของ
การลงทุนเพื่อผลักดันให้ธุรกิจ Pay TV ประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงต้นของการลง ทุนบริษัทฯ จึงมีผลขาดทุนสุทธิเท่ากับ 226 ล้านบาท
ผู้บริโภคในทุกกลุ่มเป้าหมาย นั่นคือ กล่องรุ่น Mini สำหรับผู้ที่ต้องการรับชมแค่ช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั่วไป กล่องรุ่น Smart รุ่นยอดฮิตที่
นอกจากจะสามารถรับชมช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั่วไปแล้ว ยังสามารถรับชม Pay TV ได้ และกล่องรุ่น HD สำหรับผู้ที่ต้องการความคมชัด เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมทุกช่องรายการ
นอกจากนี้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ได้รวมตัวผู้ผลิตรายการทีวีชั้นนำของประเทศไทยเพื่อผลิตคอนเทนต์คุณภาพที่ทั้งสดและใหม่ให้กับช่อง ONE ตั้งเป้าให้เป็นสถานีโทรทัศน์ยอดนิยมในใจผู้ชม ภายใต้สโลแกน “ดูทุกที ดีทุกวัน” ด้วยรูปแบบรายการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ 3 รายการทีวีที่มีเรตติ้งดีที่สุดของช่อง ได้แก่ ซิทคอมเป็นต่อขั้นเทพ ที่ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี รายการวาไรตี้กินเที่ยว Food Prince ที่ออกอากาศทุกวันพุธ และรายการ Naked Show ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์
บริษัทฯ คาดว่าสิ้นปีนี้จะสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ได้อย่างน่าจับตามอง อีกทั้งบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต ทีวี ดิจิตอล ที่จะจัดขึ้นในไตรมาสที่ 3/2556 นี้ รอเพียงแค่ประกาศจาก กสทช. บริษัทฯ ก็สามารถเดินหน้าธุรกิจดิจิตอลทีวีได้ในทันที
“บริษัทฯ มีแผนการพัฒนาการให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ สำหรับธุรกิจเพลงและธุรกิจดิจิตอล ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2556 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีแผนการจัดคอนเสิร์ตใหญ่อีกหลายรายการ เช่น พารา ดอกซ์ คอนเสิร์ต ผงาดง้ำค้ำโลก ในเดือน พ.ค. และคอนเสิร์ตของนิวและจิ๋ว เดอะสตาร์ NJ’s Story Concert ในเดือนมิถุนายน เป็นต้น อีกทั้งละครเวทีระดับโลกอย่าง เดอะแฟนธอม ออฟ ดิโอเปร่า ที่จัดแสดงที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์” น.ส.บุษบา กล่าว
จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีแผนการลงทุนในปี 2556 โดยการใช้เงินทุนจากเงินสดที่มีอยู่และการกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.94 เท่า
ที่มา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
